หลังจาก 2024 Player’s Handbook ออกมาได้ร่วมปีกว่าแล้ว มีคนพูดถึงความต่างระหว่างฉบับ 5e กับ 5.5 กันไปมากมาย ไม่ว่าจะการนำกฎที่ถอดไปกลับมา เช่นอนุญาตให้เปลี่ยนคุณสมบัติอาวุธที่ได้จาก Weapon Mastery หลัง Long Rest หรือการเปลี่ยนตัวเลือกเผ่าต่างๆ ให้ยังมีคุณสมบัติ พลังพิเศษเฉพาะเผ่า แต่ไม่มีการมีแจก Ability Score อิงตามเผ่าอย่างที่ผ่านมา ตัวละครจะได้แต้มโบนัสความสามารถจากตัวเลือก Background แทน (อย่างเช่น Criminal จะให้เลือกได้ว่า จะนำสามแต้มไปบวกให้ Dexterity, Constitution, Intelligence อย่างละแต้ม หรือเลือกแค่สองจากสาม ให้ทักษะหนึ่งได้สองแต้ม อีกทักษะได้หนึ่งแต้ม) เพื่อลดการสร้างภาพจำว่าชาติพันธุ์หนึ่งๆ จะต้องถนัดทักษะด้านนี้ด้านนั้นเป็นพิเศษ แล้วเปลี่ยนมามอบความสามารถให้ตัวละครผ่านเรื่องราวการใช้ชีวิตแทน
มีข้อสังเกตและแนะนำเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเรื่องของเผ่า ตั้งแต่การเปลี่ยนคำเรียกจาก Race เป็น Species และเผ่าย่อยอย่างลูกครึ่งเอล์ฟ ลูกครึ่งออร์คโดนเอาออกไปเป็นที่เรียบร้อย หมวดย่อยของเผ่าที่จัดเป็น subrace อย่างเช่นเอลาดรินและอื่นๆ ของหมวดเอล์ฟก็ไม่มีแล้ว เหลือไว้เฉพาะกลุ่ม Linages ที่แบ่งออกเป็นสามคือ Drow, High Elf, Wood Elf แทน Jeremy Crawford เสริมว่าผู้เล่นที่ยังต้องการจะเล่นตัวละครลูกผสมระหว่างเผ่าพันธุ์ยังสามารถใช้กฎการสร้างตัวละครในฉบับ 2014 มาเล่นประยุกต์กับฉบับ 2024 ได้เสมอ ตามเว็บไซต์และกระดานสนทนาต่างๆ ก็มีคำแนะนำระหว่างผู้เล่นสำหรับวิธีสร้างตัวละครลูกครึ่งเอง เช่นเลือกคุณสมบัติของสักเผ่ามาเป็นฐานตั้งต้น แล้วออกแบบหน้าตาภายนอกเองตามที่ต้องการ เพราะอย่างไรแต่ละเผ่าก็ไม่มีโบนัส Ability Score แล้ว ถือว่าช่วยลดความยุ่งยากเรื่องคำนวณแต้มตรงนี้ไป
จากแต่ละโต๊ะต้องตกลงกันเองว่าจะยินยอมให้ดื่มโพชั่นระหว่างต่อสู้ด้วย Bonus Action ได้หรือไม่ถ้าตัวละครไม่มี Feat: Rapid Drinker เนื่องจากฉบับ 2014 ให้ดื่มโพชั่นด้วยการใช้ Action เต็มๆ ส่วนฉบับ 2024 เปลี่ยนการดื่มโพชั่นมาเป็น BA อย่างเป็นทางการ บรรดาคลาสอาชีพต่างๆ เองก็มีกฎ BA ใหม่เข้ามา เช่น ให้ Druid ใช้ความสามารถ Wild Shape เป็น BA (และเปลี่ยนกฎเป็นให้ Druid พูดได้แม้อยู่ในร่างแปลง อาจจะเพื่อช่วยลดภาระ DM ไม่ต้องหาคำตอบให้โต๊ะว่า “ถ้าแปลงเป็นสัตว์ที่เลียนเสียงคนได้ จะให้พูดได้ไหม” หรือต้องตอบคำถาม “งี้เพื่อนร่วมทีมใช้ Speak with Animals คุยกับ Druid ในร่างแปลงเป็นสัตว์ได้หรือเปล่า”) Paladin เอง จากเคย Divine Smite ได้ทุกครั้งที่โจมตีโดนตัวศัตรู ตอนนี้ก็ทำได้แค่ครั้งละเทิร์นเท่านั้น เพราะ Divine Smite กลายเป็น BA ไปแล้วเช่นกัน แต่เมื่อตัวละครพาลาดินไปถึงเลเวล 11 Improved Divine Smite แก้เป็น Radiant Strike ซึ่งอนุญาตให้ใช้กับการโจมตีแบบไม่มีอาวุธได้แล้ว)
ความเห็นของ Nobody the Hobgoblin ผู้ใช้ Stackexchange ทักว่าคำอธิบายกฎ Resting ก็ได้รับการแก้ไขให้กระจ่างขึ้น พวกเราทั้งหลายจะมาเผาสเปลสล็อตเล่นตอนเช้ากันไม่ได้แล้ว เคยมีคนถามรึใช้ช่องโหว่คำอธิบายกฎ Long Rest ฉบับ 2014 วรรคที่ว่า “If the rest is interrupted by a period of strenuous activity—at least 1 hour of walking, fighting, casting spells, or similar adventuring activity” ตรงคำว่าหนึ่งชั่วโมง ว่า “หมายถึงเฉพาะเดิน หรือกิจกรรมทุกอย่างที่ว่ามา” “แสดงว่าสู้กับร่ายคาถาแค่ห้าสิบเก้านาทีก็ยังนับเป็น Long Rest สำเร็จใช่ไหม” ในฉบับ 2024 เลยระบุแยกเป็นข้อๆ เพื่อความชัดเจน ว่าหมายถึง การเดินหรือทำกิจกรรมใช้แรงนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เมื่อตัวละครได้รับความเสียหาย เมื่อมีการทอย Initiative หรือตัวละครร่ายคาถาที่ไม่ใช่ Cantrip หรือใช้มากกว่าหนึ่ง Cantrip จะนับว่า Long Rest โดนขัดทันที
กฎในคู่มือ 5.5e นี้มีทั้งการแก้ไขเพื่อปรับโทน ขยับสมดุลระบบ ไปจนถึงภาพรวมของโลก Dungeons & Dragons และก็มีการแก้ไขที่สอดคล้องไปกับเสียงบอกเล่าเรื่องกฎส่วนโต๊ะของผู้เล่น D&D ว่าทำกันมาอย่างไรบ้างในแบบฉบับของกลุ่มตัวเอง กฎ Inspiration ตอนนี้มีชื่อใหม่แล้วว่า Heroic Inspiration แม้ฉบับ 2024 จะยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนกฎให้ผู้เล่นสะสมแต้ม Inspiration ได้เกินหนึ่งอย่างที่หลายโต๊ะอยากจะทำหรือทำกันเองไปแล้ว แต่จากระบบแต้มรางวัลที่ให้ไว้ใช้ทอย Advantage เท่านั้น ก็กลายเป็นแต้มโบนัสไว้เลือกใช้ตอนจะทอยเต๋าไหนก็ได้ใหม่อีกหนึ่งครั้งอย่างที่เราๆ หลายโต๊ะเล่นกันเองมานาน ด้านเสียงตอบรับ เสียงวิจารณ์ถึงความเปลี่ยนแปลงก็มีทั้งชื่นชมว่าสมเหตุสมผลขึ้น บางอย่างทรงพลังขึ้น บางอย่างด้อยลง เน้นเอื้อให้สายต่อสู้มากไปจนเสียเสน่ห์ด้านการสร้างตัวละคร มีคนไม่ชอบใจที่ตอนนี้มีกฎให้ผู้เล่นได้รับ Heroic Inspiration เองผ่านเงื่อนไขของเกม อย่างการให้เผ่าพันธุ์มนุษย์มีแต้ม Heroic Inspiration ติดตัวอยู่แล้ว และถ้าใช้ไป จะฟื้นแต้มนั้นกลับมาหลัง Long Rest บางคนมองว่าทำให้คุณค่าแต้มรางวัลจาก DM ดูด้อยลง แต่ผู้ที่ชอบกฎใหม่นี้ก็มีเช่นกัน ด้วยเหตุผลว่าอาจช่วยจูงใจให้ผู้เล่นอยากสร้างตัวละครเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์มากขึ้นได้ หรือช่วยให้มีแต้ม Inspiration ใช้ในโต๊ะเยอะขึ้น ยิ่งถ้าเป็นโต๊ะที่ DM มักจะลืมแจก Inspiration เพราะดำเนินเกมเพลินไปหน่อยยิ่งเหมาะ หัวข้อคำถามที่ถกกันตามแต่ละโต๊ะอาจเปลี่ยนไปบ้างไม่มากก็น้อย แต่ยังมีอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้ายบทสนทนาแลกเปลี่ยน ‘ทำได้ไหม’ (Can I…?) กับ “ได้” (I’ll allow it) ระหว่างผู้เล่นกับ DM ก็ยังอยู่คู่กับทุกโต๊ะ D&D ต่อไป
ผู้เขียน Prae Punyapapat
'
'
'
'
'